ความเป็นมาโครงการ
เนื่องด้วยพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่มีการพัฒนาและขยายตัวเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง และมีความหนาแน่นของประชากรสูง ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีทิศทาง และคงกิจกรรมในเมืองให้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการกำหนดแนวทางให้เกิดการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดราชบุรี โดยการสร้างระบบขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อกัน เพื่อให้สามารถเดินทางระหว่างกันได้อย่างสะดวก ซึ่งจะทำให้ผู้คนกระจายตัวไปอยู่อาศัยและเกิดการสร้างงานในพื้นที่ดังกล่าวในทิศทางที่เหมาะสม รัฐบาลจึงมีนโยบายในการจัดให้มีโครงการระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ยกระดับคุณภาพชีวิต และตอบสนองความต้องการของประชาชนด้านการเดินทาง นอกจากนี้ โครงการระบบขนส่งมวลชนดังกล่าว ยังสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและเสริมสมรรถนะในการแข่งขันกับต่างประเทศ เช่น ลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการขนส่ง เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะมีการลงทุนสูงแต่ช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านอื่น ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเอื้อต่อการจัดระบบเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลและชุมชนต่อไป ทั้งนี้ โครงการระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ในด้านการสร้างความสามารถในด้านการแข่งขันอีกด้วย
การรถไฟแห่งประเทศไทย (การรถไฟฯ) ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) โดยได้รับอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 และได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ จนปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการประชาชนแล้วในช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-รังสิต และช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติก่อสร้างโครงการฯ ส่วนขยายในช่วงต่าง ๆ ต่อไป

โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา – นครปฐม เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) และเป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map) ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เคยดำเนินโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (รังสิต-สถานีชุมทางบ้านภาชี มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา ตลิ่งชัน-นครปฐม และมหาชัย-ปากท่อ) ไว้เมื่อปี 2550 ดังนั้น เพื่อให้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนระบบรางเป็นไปตามแผนการพัฒนาฯ การรถไฟฯ จึงจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนแบบรายละเอียดและจัดทำเอกสารประกวดราคา โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ได้ เนื่องจากผลการศึกษาเดิมที่ สนข. ศึกษาไว้เมื่อปี 2550 นั้น เป็นสภาวการณ์ในอดีตที่ผ่านมากว่า 15 ปี ปัจจุบันสภาพแวดล้อมโดยรอบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
วัตถุประสงค์ของโครงการ
การรถไฟฯ มีความประสงค์ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม วิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและการเงิน ประมาณราคาค่าก่อสร้าง (Cost Estimate) สำรวจและออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (Tender Document) โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงศาลายา-นครปฐม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เมื่อโครงการฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดเวลา และช่วยลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษบนถนน ส่งเสริมเศรษฐกิจปริมณฑล และพัฒนาเครือข่ายระบบรางให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอบเขตของงาน
ที่ปรึกษาจะต้องดำเนินการอย่างน้อย ดังนี้
ทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ได้ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(1) ทบทวนผลการศึกษาโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงตลิ่งชัน-นครปฐม ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาไว้เมื่อปี 2550
(2) ศึกษา วิเคราะห์การดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ศึกษาแล้วเสร็จ และที่อยู่ระหว่างการศึกษา
(3) ศึกษาแผนการเดินรถ โดยให้พิจารณาข้อมูลโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงทั้งหมด และให้พิจารณาแผนการเดินรถโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงทั้งระบบ ตลอดจนเสนอแนะรูปแบบการเดินรถที่เหมาะสม
(4) ศึกษานโยบาย และแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งต่าง ๆ ของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map) เป็นต้น
(5) ศึกษาและตรวจสอบข้อมูลทางกายภาพ เช่น ระดับแนวทางรถไฟ ข้อมูลทางระบายน้ำ ข้อมูลทางด้านการสำรวจทางธรณีวิทยา เป็นต้น
(6) ศึกษาความเหมาะสมของการจัดวางทางรถไฟ สถานีรถไฟ ย่านจอดรถไฟ ศูนย์ซ่อมบำรุง และองค์ประกอบต่าง ๆ ตลอดจนจุดตัดทางรถไฟและทางเข้าออกสถานี
(7) ศึกษาการเข้าถึงสถานี การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบความปลอดภัย การจัดระบบการจอดและการเดินทางต่อโดยรถไฟ (Park and Ride) การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี รวมทั้งพิจารณาระบบการจราจรโดยรอบสถานี
(8) ศึกษาระบบการเชื่อมต่อบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟในรัศมี 500 เมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทางต่าง ๆ (Intermodal Transfer Facilities: ITF) เช่น จุดเปลี่ยนถ่ายรถโดยสารสาธารณะ จุดจอดรถแท็กซี่ ทางเดินเท้า อาคารจอดและจร (Park and Ride) ฯลฯ
(9) ศึกษาการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสถานีกับพื้นที่ชุมชน สถานศึกษาและองค์กรขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงในรัศมี 2 กิโลเมตร
(10) ศึกษาระบบขนส่งมวลชนขนาดรองหรือระบบขนถ่ายผู้โดยสารจากบริเวณชุมชนสำคัญต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายรถไฟ (Feeder)
(11) จัดทำรายงานการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยมีประเด็นหัวข้อในการเสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการเป็นไปตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำหนด
วิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและการเงิน
ประมาณราคาค่าก่อสร้าง
(Cost Estimate)
สำรวจและออกแบบรายละเอียด (Detailed Design)
4.1) งานสำรวจแนวเส้นทางโครงการ และจัดทำแผนที่แสดงภูมิประเทศ แผนที่แสดงเขตที่ดิน และแผนที่แสดงสาธารณูปโภค
4.2) สำรวจสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อย้าย และผู้บุกรุกที่เข้ามาในแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ ที่จะดำเนินการก่อสร้าง พร้อมทั้งประมาณราคาค่ารื้อย้าย และค่าชดเชย โดยให้เป็นไปตามระเบียบของราชการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
4.3) การสำรวจด้านธรณีวิทยา และปฐพีวิทยา
4.4) สำรวจตรวจสอบพื้นที่รับน้ำ (คลอง แม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ ฯลฯ) สิ่งก่อสร้างที่กีดขวางการระบายน้ำ รวมทั้ง สะพาน ช่องน้ำ และระบบระบายน้ำตลอดแนวเส้นทาง วิเคราะห์ และพยากรณ์ปริมาณน้ำฝน สถานการณ์น้ำท่วม เพื่อประเมินขีดความสามารถในการระบายน้ำของสะพาน ช่องน้ำตามแบบก่อสร้างที่จัดทำไว้เดิม และปรับปรุง ออกแบบแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน และในอนาคต
4.5) สำรวจ ตรวจสอบ บริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนของทางผ่านเสมอระดับเดิมและการออกแบบการจัดการจราจรในบริเวณที่ต้องทำการก่อสร้างโครงการ ให้มีผลกระทบต่อการสัญจรทางถนนในระหว่างการก่อสร้างน้อยที่สุด
4.6) ติดต่อประสานงานและขออนุญาตกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแบบรายละเอียดให้สอดคล้องกับข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ระเบียบ คำสั่ง และมาตรฐานต่าง ๆ รวมถึงแผนการพัฒนาหรือแผนงานก่อสร้างของหน่วยราชการนั้น ๆ
4.7) จัดทำรายงานหลักเกณฑ์ และมาตรฐานในการออกแบบ (Detailed Design Criteria and Standards)
4.8) ดำเนินการออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) ตามมาตรฐานการโครงสร้างทางรถไฟของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และมาตรฐานการออกแบบทางรถไฟของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และมาตรฐานสากล
4.9) ดำเนินการออกแบบงานระบบอาณัติสัญญาณ และระบบโทรคมนาคม พร้อมศูนย์ควบคุมระบบอาณัติสัญญาณทางไกล (Centralized Traffic Control: CTC) ตามมาตรฐานของการรถไฟฯ
จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน
จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA)
จัดทำร่างเอกสารประกวดราคา
(Tender Document)
จัดทำรายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Hazard/Risk Log) หรือรายงานอื่น ๆ ที่จำเป็น
จัดทำรายงานศึกษาการพัฒนาพื้นที่
เชิงพาณิชย์และสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ และกำหนดผังการพัฒนาพื้นที่ รวมถึง การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ (Master Plan)
พื้นที่ศึกษาโครงการ
พื้นที่ศึกษาครอบคลุมในระยะ 500 เมตรจากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล 4 อำเภอ 1 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครปฐม 6 ตำบล อำเภอนครชัยศรี 12 ตำบล อำเภอพุทธมณฑล 2 ตำบล และอำเภอสามพราน 1 ตำบล ดังรูป และตาราง


รายละเอียดโครงการ
แนวคิดเบื้องต้นของโครงการ
การออกแบบแนวเส้นทางรถไฟของโครงการจะออกแบบให้เชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ของการรถไฟฯ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการฯ ที่บริเวณจุดสิ้นสุดของโครงการไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วง ศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ซึ่งเป็นทางวิ่งระดับพื้น ตำแหน่ง กม. 23+000 และจุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่บริเวณสถานีนครปฐม ตำแหน่ง กม. 48+150 ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ดังรูป ประกอบด้วย สถานีรถไฟและที่หยุดรถ รวม 7 แห่ง ประกอบด้วย สถานีวัดสุวรรณ ที่หยุดรถคลองมหาสวัสดิ์ สถานีวัดงิ้วราย สถานีนครชัยศรี สถานีท่าแฉลบ และสถานีนครปฐม โดยแนวเส้นทางรถไฟของโครงการมีหลักแนวคิดการออกแบบ ดังนี้
ด้านสมรรถนะและด้านเทคนิค ออกแบบให้รองรับระบบรถไฟฟ้าและระบบรถไฟทางไกล น้ำหนักบรรทุก U20 ที่ความเร็วสูงสุด 160 ก.ม./ชม. เป็นไปตามข้อกำหนดของการรถไฟฯ และมาตรฐานการออกแบบที่เกี่ยวข้อง
การเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ และการแก้ปัญหาจุดตัดกับโครงข่ายระบบคมนาคมระบบอื่น ๆ
ลดผลกระทบทางสังคม หลีกเลี่ยงการเวนคืนที่ดิน การรื้อย้ายสาธารณูปโภคหรือทรัพย์สินของการรถไฟฯ ให้น้อยที่สุด อีกทั้งหลีกเลี่ยงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มค่าและการปฏิบัติการ เน้นการออกแบบที่ใช้โครงสร้างรูปแบบเรียบง่าย ลดงบประมาณค่าก่อสร้าง กำหนดตำแหน่งสถานี ศูนย์ซ่อมบำรุงฯ ให้สอดคล้องการให้บริการและการซ่อมบำรุงฯ
รูปแบบเบื้องต้นการออกแบบแนวเส้นทางรถไฟฟ้าของโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
ช่วงสถานีวัดสุวรรณถึงสถานีต้นสำโรง
จะออกแบบให้เป็นทางรถไฟรูปแบบทางคู่ มีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งระดับพื้น โดยพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนนทางผ่านเสมอระดับโดยรูปแบบถนนยกระดับข้ามทางรถไฟในลักษณะรูปตัวยู (U-Shape Overpass) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่
ถนนศาลายา-วัดสุวรรณ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
กรมโยธาธิการ
ถนนทางเข้า ต.งิ้วราย
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
อบต.งิ้วราย
ถนนทางเข้าวัดงิ้วราย
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
อบต.งิ้วราย
ถนนเพชรเกษม – ศรีษะทอง
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
อบต.ศรีษะทอง
ช่วงสถานีต้นสำโรงถึงสถานีนครปฐม
จะออกแบบให้เป็นทางรถไฟรูปแบบทางคู่ มีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ เนื่องจากพื้นที่เป็นชุมชน และปริมาณจราจรค่อนข้างหนาแน่น จึงพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาจุดตัดถนนทางผ่านเสมอระดับ โดยการยกระดับทางรถไฟข้ามถนนของเทศบาลนครนครปฐม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่
ถนนต้นสำโรง – ต.บ่อพลับ
(ถ.ทหารบก ซ.15)
ถนนห้วยจระเข้ – วัดทุ่งน้อย
(ถ.ทหารบก ซ.13)
ถนนนครปฐม – วัดกลาง
(ถ.ทหารบก ซ.3)
ถนนเพชรเกษม - ศรีษะทอง
(ถ.ทหารบก)
ทั้งนี้ เนื่องจากการยกระดับทางรถไฟเพื่อแก้ปัญหาจุดตัดดังข้างต้น และข้อจำกัดของสภาพพื้นที่ ทำให้สถานีนครปฐม จำเป็นต้องออกแบบให้เป็นชานชาลายกระดับสำหรับรองรับระบบรถไฟฟ้า โดยการออกแบบจะคำนึงถึงการเชื่อมต่อและการส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารของระบบรถไฟทางไกลในปัจจุบันด้วย
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ขอบเขตพื้นที่ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลขนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม มีพื้นที่รวมตามแนวเส้นทางโครงการ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร จะครอบคลุมพื้นที่ในระยะ 500 เมตรจากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่งหรือมากกว่าหากพิจารณาแล้วเห็นว่าผลกระทบอาจจะไปถึงและในกรณีศึกษาแหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์จะครอบคลุมพื้นที่ข้างละ 500 เมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล 4 อำเภอ 1 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครปฐม 6 ตำบล อำเภอนครชัยศรี 12 ตำบล อำเภอพุทธมณฑล 2 ตำบล และอำเภอสามพราน 1 ตำบล
ขอบเขตการศึกษา
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการได้ดำเนินการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาวิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อปัจจัยแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการทั้งในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินการ โดยเป็นไปตามแนวทางการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมประเภทโครงการด้านคมนาคมทางบก ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ดังนี้
1. ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
- สภาพภูมิประเทศ
- ธรณีวิทยาและแผ่นดินไหว
- ทรัพยากรดิน
- อุตุนิยมวิทยาและคุณภาพอากาศ
- เสียง
- ความสั่นสะเทือน
- อุทกวิทยา/น้ำผิวดิน
2. ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
- นิเวศวิทยาบนบก
- ทรัพยากรป่าไม้
- ทรัพยากรสัตว์ป่า
- นิเวศวิทยาทางน้ำ
3. คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์
- การใช้ที่ดิน
- การคมนาคมขนส่ง
- สุขาภิบาล
- สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
- การระบายน้ำและการควบคุมน้ำท่วม
- การเกษตรกรรม
4. คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต
- เศรษฐกิจ-สังคม
- การโยกย้ายและการเวนคืน
- การแบ่งแยกชุมชน
- การสาธารณสุข
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- สุนทรียภาพและการท่องเที่ยว
- แหล่งโบราณสถาน โบราณคดี และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
ขั้นตอนและวิธีการศึกษา
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด ครอบคลุมทั้งผลกระทบด้านบวกและผลกระทบด้านลบ พิจารณาทั้งในระยะเตรียมการก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง และระยะเปิดดำเนินการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับใช้เป็นเงื่อนไขประกอบการออกแบบก่อสร้าง หรือผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างให้ผู้รับเหมาก่อสร้างนำไปปฏิบัติ สำหรับขั้นตอนการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม รายละเอียดแสดงในรูป

การศึกษาสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน
การศึกษาทบทวนและรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ โดยทำการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการตลอดแนวเส้นทางโครงการและพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอยู่ในรูปแบบเอกสาร รายงาน แผนที่ แผนผัง และข้อมูลในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ
การสำรวจภาคสนาม เก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาวิเคราะห์ประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอย่างละเอียดโดยอาศัยหลักเกณฑ์ทางวิชาการที่ถูกต้องเหมาะสมพร้อมทั้งแสดงตำแหน่งจุดเก็บตัวอย่าง ระยะเวลา ความถี่ ช่วงเวลาของการเก็บ วิธีการเก็บและวิเคราะห์ หลักเกณฑ์และดัชนีตลอดจนวิธีการตรวจวัด ดังแสดงในตาราง
ตารางที่ 6-1 ดัชนีและวิธีการตรวจวัดปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

รูปที่ 6-3 : สถานีเก็บตัวอย่างคุณภาพอากาศ เสียง และความสั่นสะเทือน

การมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์

การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลขนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม เป็นกระบวนการสำคัญในการให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทราบรายละเอียดของโครงการได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่โครงการและพื้นที่ต่อเนื่องเข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบเพื่อสะท้อนให้เห็นความต้องการ ลดข้อห่วงกังวลพร้อมนำข้อคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนเกิดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เกิดการยอมรับโครงการและนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ โดยโครงการได้พิจารณาให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 และแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ สผ. ฉบับเดือนสิงหาคม 2566 รายละเอียดดังรูป
แผนการดำเนินงานโครงการ
จากกิจกรรมที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน
450 วัน
นับตั้งแต่วันเริ่มต้นปฏิบัติงานที่ปรึกษาจึงได้จัดทำสรุปภาพรวมขอบเขตงาน ดังรูป แผนการปฏิบัติงานของโครงการที่สอดคล้องกับระยะเวลาและความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ

แสดงแผนการดำเนินงานโครงการ โดยงานจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดจะแล้วเสร็จภายใน ปี 2570 เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2572 มีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3.5-4.0 ปี และเปิดให้บริการในปี 2576





