ความเป็นมาโครงการ
เนื่องด้วยพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่มีการพัฒนาและขยายตัวเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง และมีความหนาแน่นของประชากรสูง ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีทิศทาง และคงกิจกรรมในเมืองให้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการกำหนดแนวทางให้เกิดการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดราชบุรี โดยการสร้างระบบขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อกัน เพื่อให้สามารถเดินทางระหว่างกันได้อย่างสะดวก ซึ่งจะทำให้ผู้คนกระจายตัวไปอยู่อาศัยและเกิดการสร้างงานในพื้นที่ดังกล่าวในทิศทางที่เหมาะสม รัฐบาลจึงมีนโยบายในการจัดให้มีโครงการระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ยกระดับคุณภาพชีวิต และตอบสนองความต้องการของประชาชนด้านการเดินทาง นอกจากนี้ โครงการระบบขนส่งมวลชนดังกล่าว ยังสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและเสริมสมรรถนะในการแข่งขันกับต่างประเทศ เช่น ลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการขนส่ง เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะมีการลงทุนสูงแต่ช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านอื่น ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเอื้อต่อการจัดระบบเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลและชุมชนต่อไป ทั้งนี้ โครงการระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ในด้านการสร้างความสามารถในด้านการแข่งขันอีกด้วย
การรถไฟแห่งประเทศไทย (การรถไฟฯ) ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) โดยได้รับอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 และได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ จนปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการประชาชนแล้วในช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-รังสิต และช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติก่อสร้างโครงการฯ ส่วนขยายในช่วงต่าง ๆ ต่อไป

โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา – นครปฐม เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) และเป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map) ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เคยดำเนินโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (รังสิต-สถานีชุมทางบ้านภาชี มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา ตลิ่งชัน-นครปฐม และมหาชัย-ปากท่อ) ไว้เมื่อปี 2550 ดังนั้น เพื่อให้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนระบบรางเป็นไปตามแผนการพัฒนาฯ การรถไฟฯ จึงจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนแบบรายละเอียดและจัดทำเอกสารประกวดราคา โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ได้ เนื่องจากผลการศึกษาเดิมที่ สนข. ศึกษาไว้เมื่อปี 2550 นั้น เป็นสภาวการณ์ในอดีตที่ผ่านมากว่า 15 ปี ปัจจุบันสภาพแวดล้อมโดยรอบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
วัตถุประสงค์ของโครงการ
การรถไฟฯ มีความประสงค์ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม วิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและการเงิน ประมาณราคาค่าก่อสร้าง (Cost Estimate) สำรวจและออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (Tender Document) โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เมื่อโครงการฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดเวลา และช่วยลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษบนถนน ส่งเสริมเศรษฐกิจปริมณฑล และพัฒนาเครือข่ายระบบรางให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอบเขตของงาน
งานทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ
การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและการเงิน
การประมาณราคาค่าก่อสร้าง
(Cost Estimate)
งานสำรวจและออกแบบรายละเอียด (Detailed Design)
งานจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน
การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA)
การจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา
(Tender Document)
การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Hazard/Risk Log) หรือรายงานอื่น ๆ ที่จำเป็น
การจัดทำรายงานศึกษาการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ และกำหนดผังการพัฒนาพื้นที่ รวมถึง การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ (Master Plan)
พื้นที่ศึกษาโครงการ
แผนที่โครงการ
รายละเอียด
- ทางรถไฟปัจจุบันเป็น ทางคู่ ระดับพื้น ระยะทาง 29.2 ก.ม.
- สถานีรถไฟ 6 แห่ง/ที่หยุดรถไฟ 1 แห่ง (ไม่รวมสถานีศาลายา)
- ทางผ่านเสมอระดับ 8 แห่ง
- ผ่านแม่น้ำ 1 แห่ง (แม่น้ำนครชัยศรี)
- อยู่ในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล อ.นครชัยศรี อ.เมืองนครปฐม


รายละเอียดโครงการ

แนวคิดเบื้องต้นของโครงการ (TR)
การออกแบบแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ ขนาด 1.00 ม. (Meter Gauge) ให้รองรับระบบรถไฟฟ้าชานเมือง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเดินรถและเพิ่มความสามารถการให้บริการเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงของการรถไฟฯ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว จุดเริ่มต้นโครงการฯ
ที่บริเวณจุดสิ้นสุดของโครงการสายสีแดง ช่วง ศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ซึ่งเป็นทางวิ่งระดับพื้น ตำแหน่ง ก.ม. 23+000 และจุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่บริเวณสถานีนครปฐม ตำแหน่ง ก.ม. 48+259 ระยะทางประมาณ 25.3 กิโลเมตร ดังรูป ประกอบด้วยสถานีรถไฟจำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย สถานีวัดสุวรรณ ที่หยุดรถคลองมหาสวัสดิ์ สถานีวัดงิ้วราย สถานีนครชัยศรี สถานีท่าแฉลบ และสถานีนครปฐม โดยแนวเส้นทางรถไฟของโครงการมีหลักแนวคิดการออกแบบ ดังนี้
ด้านสมรรถนะและด้านเทคนิค ออกแบบให้รองรับระบบรถไฟฟ้าและระบบรถไฟทางไกล น้ำหนักบรรทุก U20 ที่ความเร็วสูงสุด 160 ก.ม./ชม. เป็นไปตามข้อกำหนดของการรถไฟฯ และมาตรฐานการออกแบบที่เกี่ยวข้อง
การเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ และการแก้ปัญหาจุดตัดกับโครงข่ายระบบคมนาคมระบบอื่น ๆ
ลดผลกระทบทางสังคม หลีกเลี่ยงการเวนคืนที่ดิน การรื้อย้ายสาธารณูปโภคหรือทรัพย์สินของการรถไฟฯ ให้น้อยที่สุด อีกทั้งหลีกเลี่ยงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มค่าและการปฏิบัติการ เน้นการออกแบบที่ใช้โครงสร้างรูปแบบเรียบง่าย ลดงบประมาณค่าก่อสร้าง กำหนดตำแหน่งสถานี ศูนย์ซ่อมบำรุงฯ ให้สอดคล้องการให้บริการและการซ่อมบำรุงฯ
รูปแบบเบื้องต้นการออกแบบแนวเส้นทางรถไฟฟ้าของโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
ช่วงสถานีวัดสุวรรณถึงสถานีต้นสำโรง
จะออกแบบให้เป็นทางรถไฟรูปแบบทางคู่ มีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งระดับพื้น โดยพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนนทางผ่านเสมอระดับโดยรูปแบบถนนยกระดับข้ามทางรถไฟในลักษณะรูปตัวยู (U-Shape Overpass) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่
ถนนศาลายา-วัดสุวรรณ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
กรมโยธาธิการ
ถนนทางเข้า ต.งิ้วราย
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
อบต.งิ้วราย
ถนนทางเข้าวัดงิ้วราย
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
อบต.งิ้วราย
ถนนเพชรเกษม – ศรีษะทอง
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
อบต.ศรีษะทอง
ช่วงสถานีต้นสำโรงถึงสถานีนครปฐม
จะออกแบบให้เป็นทางรถไฟรูปแบบทางคู่ มีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ เนื่องจากพื้นที่เป็นชุมชน และปริมาณจราจรค่อนข้างหนาแน่น จึงพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาจุดตัดถนนทางผ่านเสมอระดับ โดยการยกระดับทางรถไฟข้ามถนนของเทศบาลเมืองนครนครปฐม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่
ถนนต้นสำโรง – ต.บ่อพลับ
(ถ.ทหารบก ซ.15)
ถนนห้วยจระเข้ – วัดทุ่งน้อย
(ถ.ทหารบก ซ.13)
ถนนนครปฐม – วัดกลาง
(ถ.ทหารบก ซ.3)
ถนนเพชรเกษม – ศีรษะทอง
(ถ.ทหารบก)
ทั้งนี้ เนื่องจากการยกระดับทางรถไฟเพื่อแก้ปัญหาจุดตัดดังข้างต้น และข้อจำกัดของสภาพพื้นที่ ทำให้สถานีนครปฐม จำเป็นต้องออกแบบให้เป็นชานชาลายกระดับสำหรับรองรับระบบรถไฟฟ้า โดยการออกแบบจะคำนึงถึงการเชื่อมต่อและการส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารของระบบรถไฟทางไกลในปัจจุบันด้วย
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ขอบเขตการศึกษา
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลขนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม ดำเนินการศึกษาตามแนวทางการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนด สำหรับขั้นตอนการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ดังรูป

การมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์

การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลขนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม เป็นกระบวนการสำคัญในการให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทราบรายละเอียดของโครงการได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่โครงการและพื้นที่ต่อเนื่องเข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบเพื่อสะท้อนให้เห็นความต้องการ ลดข้อห่วงกังวลพร้อมนำข้อคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนเกิดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เกิดการยอมรับโครงการและนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ โดยโครงการได้พิจารณาให้สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 และแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ สผ. ฉบับเดือนสิงหาคม 2566 ทั้งนี้ ในการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 และแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ สผ. ฉบับเดือนสิงหาคม 2566 รายละเอียดดังรูป
แผนการดำเนินงานโครงการ
จากกิจกรรมที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน
450 วัน
นับตั้งแต่วันเริ่มต้นปฏิบัติงานที่ปรึกษาจึงได้จัดทำสรุปภาพรวมขอบเขตงาน ดังรูป แผนการปฏิบัติงานของโครงการที่สอดคล้องกับระยะเวลาและความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ
แผนการดำเนินงานโครงการ โดยงานจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดจะแล้วเสร็จภายใน ปี 2570 เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2573 มีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3.5-4.0 ปี และเปิดให้บริการในปี 2577




